Internet
April 19, 2007
LUSh Indie Magazine
ลัช นิตยสารอินดี้ ว่าด้วยวรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี หนัง และเรื่องสุนทรีย์ของคนร่วมสมัย อยากอ่านแบบกระดาษ ร้านหนังสือเดินทาง ถนนผ่านฟ้า, ร้านประตูสีฟ้า เอกมัยซอย 10 มีขายจ้า
lushindie
India
Gottfried Helnwein - ความหม่นงามในความโหดร้าย
“ผมเรียนรู้ศิลปะจากโดนัลด์ดั๊ก มากกว่าจากสถาบันศิลปะทุกแห่งที่ผมเคยเรียนเสียอีก” เป็นคำพูดของกอตต์ฟรีด เฮลน์ไวน์ศิลปินที่มีงานศิลปะหลากหลาย ทั้งภาพวาดภาพถ่าย ศิลปะจัดวาง ศิลปะการแสดงและเทคนิคการสร้างภาพอีกสารพัด งานศิลปะของเขาแสดงออกถึงความงามอันหม่นหมอง หดหู่ และน่ากลัว เฮลน์ไวน์เป็นศิลปินร่วมสมัยที่สร้างงานอย่างต่อเนื่อง ช่วงแรกที่เริ่มทำงานศิลปะเขามักเขียนภาพโดยเทคนิคสีน้ำหรือไม่ก็วาดเส้นด้วยดินสอสี ต่อมาก็เริ่มถ่ายภาพและสนใจการสร้างภาพขนาดใหญ่โดยใช้สีน้ำมันและสีอะครีลิค รวมทั้งเทคนิคสื่อผสม
เฮลน์ไวน์เกิดที่กรุงเวียนนา ในปี ค.ศ. 1948 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดได้สามปี ในวัยเด็กเขาพบเห็นแต่ภาพโหดร้ายทารุณ ผลพวงของสงคราม ความย่อยยับของบ้านเมือง ผู้คนพิกลพิการ แทบทุกแห่งไม่มีรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะ ไม่มีเสียงเพลง มีแต่เสียงร่ำไห้สลับกับความเงียบงัน งานศิลปะทุกอย่างถูกกองทัพเยอรมันทำลายพินาศ แม้เฮลน์ไวน์จะเข้าได้เรียนที่สถาบันศิลปะในกรุงเวียนนา (ที่เดียวกับที่เคยปฏิเสธที่จะรับฮิตเลอร์เข้าเรียน) แต่เขาก็ถูกไล่ออก เนื่องจากเขียนภาพฮิตเลอร์ด้วยเลือดของตัวเองเป็นงานส่งอาจารย์ เขาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกันในยุค 50 จากการหลากไหลของวัฒนธรรมหลังสงครามสงบ ทั้งสินค้า ดนตรี ภาพยนตร์หรือแม้แต่การ์ตูนจากดิสนีย์แลนด์ เป็นการเปิดโลกจากด้านหม่นมืดสุดกู่ สู่อีกด้าน เฮลน์ไวน์ถึงกับกล่าวว่าเพิ่งได้พบเจอโลกจริงก็ตอนนี้ งานสำคัญๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเฮลน์ไวน์คือภาพเกี่ยวกับเด็กที่ดูงดงามในความน่ากลัว เขากล่าวว่า เด็กเป็นผู้ที่ถูกกระทำได้ง่ายที่สุด ทั้งจากการล่อลวง ข่มขืน การทำร้าย ภาพเขียนและภาพถ่ายที่ดูเหมือนจริงแต่บิดเบี้ยวเหนือจริงจากความทรมาน รวมทั้งภาพถ่ายปกอัลบั้มวงแรมสไตน์ วงดนตรีเมทัลจากเยอรมัน
เฮลน์ไวน์ขณะวาดภาพ "Head of a child 2" ในปี 1998 เทคนิคสีน้ำมันและอะครีลิคบนผ้าใบ แม้งานศิลปะของเขาจะเป็นที่ชื่นชอบของคนบางกลุ่ม แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่ไม่ชอบงานของเขา ในช่วงปี 1980 การแสดงงานที่กำแพงเมืองโคโลญน์ ภาพวาดเด็กขนาดใหญ่เรียงยาวกว่าร้อยเมตร ถูกมือมืดกรีดภาพทุกภาพขาดเสียหาย เฮลน์ไวน์ได้นำเทปกาวมาแปะทับแล้วแสดงงานต่อไปตามกำหนดเดิม และอีกครั้งกับการแสดงงานที่เยอรมันที่ภาพเขียนถูกเผาเสียหาย แต่เขากลับไม่ได้ถือโกรธมากนัก กลับคิดว่าเป็นการแสดงศิลปะจัดวางอีกรูปแบบหนึ่ง เฮลน์ไวน์ได้ร่วมงานกับคนสำคัญมากมายในแทบทุกวงการทั้งแอนดี้ วอร์ฮอล, คีธ ฮาร์ลิ่ง, มิค แจ็คเกอร์, ชาร์ลส์ บูคาวสกี้, วิลเลียม เบอร์โรว์, มาริลีน แมนสัน, ฌอน เพนน์ นอกจากนั้นเขายังออกแบบและจัดแสงเวทีละคร ออกแบบเครื่องแต่งกายโอเปร่าซึ่งได้รับรางวัลด้านการละครหลายรางวัล ในปี 1990 เฮลน์ไวน์เริ่มนำคอมพิวเตอร์มาสร้างงาน ทั้งใช้เทคนิคผสมกับสีน้ำมัน เขาบอกว่าเขาคำนึงถึงผลที่ออกมามากกว่าจะสนใจในเทคนิคการสร้างงาน เขาจะสร้างงานที่ตอบสนองอารมณ์คนดูงานมากกว่าที่จะเน้นการทำงาน เหมือนกับนักมายากล หากคนดูมุ่งให้ความสำคัญกับวิธีการเล่น มันก็ดูไม่เป็นมายากล หลังจากอาศัยที่เยอรมันนานกว่าสิบปี เฮลน์ไวน์เริ่มมองหาที่อยู่ใหม่ ในที่สุดเขาก็ย้ายครอบครัวเข้าไปอยู่ในไอร์แลนด์ ช่วงแรกเขาอาศัยอยู่ในดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ แต่หลังจากตระเวนแสดงงานที่สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาที่ไอร์แลนด์อีกครั้ง เขาจึงย้ายไปอยู่ที่เมืองทิปเพอรารี่ ในบ้านทรงปราสาทหลังใหญ่ที่มีบริเวณกว้างขวางกว่าเดิม ซึ่งเขาใช้เป็นทั้งที่อาศัยและสตูดิโอทำงาน.




back to the top